7 สัญญาณเตือน! ยางรถควรเปลี่ยนได้แล้ว | 360AUTO

หน้าแรก เกร็ดความรู้
7 สัญญาณเตือน! ยางรถควรเปลี่ยนได้แล้ว | 360AUTO
หมวดหมู่ :
ยางรถยนต์

สัญญาณเตือนที่บ่งบอกว่ายางของคุณควรเปลี่ยนได้แล้ว

ยางรถคือ “จุดสัมผัสเดียว” ระหว่างรถกับถนน ต่อให้รถแรง เบรกดี แต่ยางเสื่อมก็เพิ่มความเสี่ยงได้ทันที โดยเฉพาะหน้าฝนที่ถนนลื่นและมีน้ำขัง บทความนี้จะช่วยคุณเช็ก “สัญญาณเตือน” ที่บอกว่า ถึงเวลาเปลี่ยนยางแล้ว พร้อมวิธีตรวจง่ายๆ ทำเองได้ที่บ้าน


1) ดอกยางใกล้หมด / ต่ำกว่าค่าปลอดภัย

สัญญาณที่ชัดที่สุดคือ ดอกยางตื้น จนรีดน้ำไม่ดี ทำให้เสี่ยง “เหินน้ำ” (aquaplaning) และเบรกยาวขึ้นบนถนนเปียก

เกณฑ์สำคัญที่ควรรู้

  • โดยมาตรฐานทั่วไป ดอกยางขั้นต่ำที่ควรเปลี่ยนคือ 1.6 มม. และเป็นระดับที่สอดคล้องกับ “ขีดจำกัดตามกฎหมาย/มาตรฐานสากล” 

  • ถ้าขับทางไกล/เจอฝนบ่อย แนะนำให้ เริ่มวางแผนเปลี่ยนก่อนถึง 1.6 มม. เพื่อความมั่นใจในการรีดน้ำ

วิธีเช็กดอกยางแบบง่าย

  • ดู “สะพานยาง/Tread Wear Indicator (ปุ่มนูนในร่องดอกยาง)” ถ้าดอกยางสึกจน “เสมอกับปุ่มนูน” แปลว่าแตะระดับต้องเปลี่ยนแล้ว

  • ใช้เกจวัดดอกยาง (แม่นที่สุด) หรือใช้วิธีเทียบคร่าวๆ ตามคำแนะนำการดูแลยางของผู้ผลิต


2) ดอกยางสึกไม่เท่ากัน (กินซ้าย/กินขวา/เป็นบั้ง)

แม้ดอกยางยังเหลือ แต่ถ้า สึกไม่เท่ากัน มักหมายถึงปัญหาอื่นร่วมด้วย เช่น

  • ศูนย์ล้อ/มุมล้อเพี้ยน

  • ช่วงล่างหลวม

  • ลมยางอ่อน/แข็งเกินไป (ทำให้สึกกลางหรือสึกไหล่)

อาการที่มักเจอ

  • รถดึงซ้าย/ขวา

  • พวงมาลัยสั่น

  • เสียงยางดังผิดปกติ

ถ้า “สึกไม่เท่ากันมาก” แนะนำให้เช็กช่วงล่างและตั้งศูนย์ล้อ พร้อมพิจารณาเปลี่ยนยางเพื่อคืนการเกาะถนน


3) มีรอยแตกที่แก้มยาง/ดอกยาง (ยางเริ่มกรอบ)

ถ้าเห็น “รอยแตกลายงา” ตามแก้มยางหรือร่องดอกยาง แปลว่ายางเริ่มเสื่อมจากอายุ ความร้อน แสงแดด หรือการจอดนานๆ ยางที่กรอบอาจเสี่ยงรั่ว/แตกเมื่อโดนหลุมหรือกระแทกแรง

เช็กตรงไหนบ้าง

  • แก้มยางด้านนอกและด้านใน (ด้านในมักมองยาก)

  • ร่องดอกยางลึกๆ


4) แก้มยางบวม/ปูด หรือมี “ก้อนนูน”

นี่คือสัญญาณอันตรายระดับต้องรีบจัดการ เพราะมักเกิดจากโครงสร้างยางเสียหายภายใน (เช่น กระแทกหลุม/ขอบฟุตบาท) และมีโอกาสแตกแบบฉับพลันได้

ถ้าเจออาการนี้

  • ลดความเร็ว

  • หลีกเลี่ยงวิ่งไกล

  • เข้าตรวจเช็กและเตรียมเปลี่ยนทันที


5) รถสั่น/เสียงยางดังขึ้น ทั้งที่ถนนเดิม

หากอยู่ๆ รู้สึกว่า

  • รถสั่นมากขึ้น

  • เสียง “หึ่งๆ” จากยางดังขึ้น

  • เกาะถนนน้อยลง โดยเฉพาะตอนฝนตก

สาเหตุอาจมาจากยางแข็ง/ยางผิดรูป/สึกไม่สม่ำเสมอ หรือดอกยางเริ่มไม่สามารถรีดน้ำได้ดีเหมือนเดิม


6) ยางรั่วบ่อย ปะหลายจุด หรือมีบาดแผลลึก

การปะยางช่วยได้ในบางกรณี แต่ถ้า

  • รั่วซ้ำจุดเดิม

  • ปะหลายครั้ง

  • รอยบาดลึกจนเห็นชั้นโครงสร้าง/ใยผ้า

  • ขอบยางเสียรูป

…ควรพิจารณาเปลี่ยนเพื่อความปลอดภัยมากกว่า “ฝืนใช้”


7) อายุยางมากแล้ว (เช็กได้จากรหัส DOT/Date Code)

หลายคนเข้าใจว่า “ดอกยังสวยก็ใช้ต่อได้” แต่จริงๆ ยางเสื่อมตามอายุ แม้ดอกยางจะยังเหลือ โดยสามารถเช็ก “ปีผลิต” ได้จากรหัสวันที่บนแก้มยาง

วิธีอ่านรหัสวันผลิตยาง

  • เลข 4 หลักรูปแบบ WWYY = สัปดาห์ที่ผลิต + ปีที่ผลิต
    ตัวอย่าง “0619” = สัปดาห์ที่ 06 ปี 2019 

แนวทางการใช้งานตามคำแนะนำผู้ผลิต (โดยทั่วไป)

  • ควร “ตรวจสภาพถี่ขึ้น” เมื่อยางใช้งานมาหลายปี และหลายแบรนด์แนะนำให้ ถอดยางออกจากการใช้งานเมื่ออายุเกิน 10 ปี แม้ดอกยางยังดูดี 

หมายเหตุ: อายุยางที่เหมาะสมขึ้นกับการเก็บรักษา อากาศร้อนจัด/จอดกลางแดดบ่อย/ลมยางไม่พอดี จะเร่งให้ยางเสื่อมเร็วขึ้น


เช็กลิสต์ 1 นาที: คุณควรเปลี่ยนยางหรือยัง?

ตอบ “ใช่” ข้อใดข้อหนึ่ง แนะนำให้เริ่มหายางใหม่/เข้าตรวจเช็ก

  • ดอกยางแตะ “ปุ่มเตือนสึก” หรือใกล้ 1.6 มม.

  • ยางสึกไม่เท่ากันชัดเจน

  • มีรอยแตก/กรอบ/ลายงา

  • แก้มยางบวม/ปูด

  • ยางรั่วบ่อย ปะหลายจุด

  • อายุยางหลายปี (เช็กจากรหัส WWYY)


เคล็ดลับยืดอายุยาง (และทำให้ขับปลอดภัยขึ้น)

  • เช็กลมยางอย่างน้อยเดือนละครั้ง (รวมถึงยางอะไหล่)

  • ตั้งศูนย์/สลับยางตามระยะ

  • เลี่ยงชนหลุม/ขอบฟุตบาทแรงๆ

  • จอดในที่ร่ม ลดแดดและความร้อนสะสม


พร้อมเปลี่ยนยาง? เลือกให้ตรงรุ่นได้ง่ายขึ้นบน 360auto.online

ถ้าคุณเริ่มเจอสัญญาณเตือนข้างต้น แนะนำให้เลือกยางที่ “ตรงไซซ์ + เหมาะการใช้งาน” (ขับในเมือง/เดินทางไกล/เน้นเงียบ/เน้นเกาะถนน) เพื่อให้คุ้มและปลอดภัยที่สุด


FAQ (คำถามพบบ่อย)

Q1: ดอกยางเท่าไหร่ถึงควรเปลี่ยน?
โดยมาตรฐานทั่วไป เมื่อดอกยางถึงระดับ “ปุ่มเตือนสึก” หรือประมาณ 1.6 มม. ควรเปลี่ยน

Q2: ยางยังไม่หมดดอก แต่มีรอยแตก ใช้ต่อได้ไหม?
ไม่แนะนำ เพราะรอยแตกคือสัญญาณยางเสื่อม โอกาสรั่ว/แตกเพิ่มขึ้น ควรตรวจเช็กและพิจารณาเปลี่ยน

Q3: อ่านปีผลิตยางดูตรงไหน?
ดูเลข 4 หลักท้ายรหัสวันผลิต (รูปแบบ WWYY) เช่น 0619 = สัปดาห์ 06 ปี 2019

Q4: ยางอายุเกิน 10 ปี ต้องเปลี่ยนเลยไหม?
หลายผู้ผลิตแนะนำให้ ถอดออกจากการใช้งานเมื่อเกิน 10 ปี แม้ดูเหมือนยังใหม่

Q5: ทำไมยางดอกตื้นถึงอันตรายตอนฝนตก?
เพราะรีดน้ำได้แย่ลง ทำให้เสี่ยง “เหินน้ำ” และควบคุมรถยากขึ้นบนถนนเปียก

บทความน่าสนใจอื่นๆ
🚗 วิธีเช็คสภาพยางรถยนต์ ว่าถึงรอบเปลี่ยนหรือยัง
2 พ.ค. 2568
สัญญาณเตือนที่คนใช้รถไม่ควรมองข้าม! ยางรถยนต์เป็นชิ้นส่วนเดียวของรถที่สัมผัสถนนตลอดเวลา 🚦 แต่รู้หรือไม่ว่า “อุบัติเหตุจำนวนมาก” เกิดจากยางที่เสื่อมสภาพโดยที่ผู้ขับขี่ไม่รู้ตัว บทความนี้จะพาคุณมาเช็คสภาพยางรถยนต์แบบง่ายๆ ทำเองได้ ไม่ต้องเป็นช่างก็รู้ ✅ ว่าตอนนี้ ยางของคุณยังปลอดภัย หรือถึงเวลาต้องเปลี่ยนแล้ว
อ่านเพิ่มเติม
🛞 ยางรถยนต์สำคัญกว่าที่คิด! รู้ไว้ก่อนเปลี่ยน ช่วยเพิ่มความปลอดภัยทุกเส้นทาง 🚗✅
2 พ.ค. 2568
หลายคนอาจมองว่า “ยางรถยนต์” เป็นแค่ของใช้สิ้นเปลือง เปลี่ยนเมื่อดอกหมดหรือยางแตกก็พอ แต่ความจริงแล้ว ยางรถยนต์คือหัวใจหลักของความปลอดภัยในการขับขี่ ที่ส่งผลโดยตรงกับชีวิตของคุณและคนในรถ บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจว่า 👉 ทำไมยางรถยนต์ถึงสำคัญ 👉 ยางมีผลกับรถมากกว่าที่คิดอย่างไร 👉 และควรรู้อะไรบ้างก่อนตัดสินใจเปลี่ยนยาง
อ่านเพิ่มเติม
🛞 เปลี่ยนยางเมื่อไหร่ดี?
2 พ.ค. 2568
สัญญาณที่คนใช้รถควรรู้ ก่อนเสี่ยงอันตราย 🚗⚠️ “ดอกยางยังเหลืออยู่ ต้องเปลี่ยนหรือยัง?” “ใช้มาไม่นาน ทำไมรถเริ่มลื่น?” คำถามเหล่านี้คือสิ่งที่คนใช้รถส่วนใหญ่สงสัย 🤔 เพราะ ยางรถยนต์ไม่ใช่แค่ดูที่ดอกยางอย่างเดียว แต่ยังมีปัจจัยอื่นที่ส่งผลต่อความปลอดภัยโดยตรง
อ่านเพิ่มเติม